ภาพรวมตัวเลือกวีซ่า
พัทยามีชาวต่างชาติอยู่อาศัยระยะยาวเกือบทุกประเภทวีซ่าที่ไทยให้ ตั้งแต่ DTV สำหรับ digital nomad ไปจนถึง Elite สำหรับนักลงทุน Retirement สำหรับผู้สูงอายุ Non-B สำหรับคนทำงาน และ LTR Visa 10 ปีสำหรับผู้มีรายได้สูง การเลือกวีซ่าที่ถูกต้องตั้งแต่แรกประหยัดเวลา เงิน และอารมณ์มาก เพราะการเปลี่ยนวีซ่ากลางทางมักต้องออกนอกประเทศเพื่อขอใหม่
ปัจจัยที่ควรพิจารณามีสามข้อหลัก คือ ระยะเวลาที่อยากอยู่ ความสามารถในการทำงาน remote และงบประมาณ ถ้าอยากอยู่ไม่เกินห้าปีและทำงาน remote ให้ลูกค้าต่างประเทศ DTV คือทางเลือกที่คุ้มที่สุด ถ้าอยากอยู่ยาว 20 ปีไม่ต้องรายงานตัวบ่อย Elite เหมาะสม ถ้าอายุเกิน 50 ปีและไม่ได้ทำงาน Retirement ถูกที่สุด
DTV Destination Thailand Visa
DTV เปิดตัวกลางปี 2024 และกลายเป็นวีซ่ายอดนิยมที่สุดในหมู่ digital nomad ในพัทยา มีอายุ 5 ปี ค่าธรรมเนียม 10,000 บาท อยู่ได้ครั้งละ 180 วันแล้ว extend ที่ ตม. พัทยาได้อีก 180 วัน ต้องออกประเทศหลังจากนั้นแล้วกลับเข้ามาใหม่ เอกสารหลักคือ หนังสือรับรองการทำงาน remote จากบริษัทต่างประเทศ หรือหลักฐานเป็น freelance พร้อมเงินในบัญชี 500,000 บาท
ข้อดีของ DTV คือ ไม่ต้อง report 90 days ไม่ต้องเปิดบัญชีธนาคารไทย ไม่ต้องพิสูจน์ที่อยู่ในไทย ยื่นสามารถขอที่สถานทูตไทยในประเทศเพื่อนบ้าน เช่น เวียงจันทน์ ปีนัง หรือโฮจิมินห์ภายใน 5-10 วันทำการ ข้อเสียคือ ยังทำงานให้บริษัทไทยไม่ได้และไม่เปิดสิทธิประกันสังคม หลายคนใช้ DTV ควบคู่กับประกันสุขภาพเอกชนและที่อยู่คอนโดเช่ารายเดือน
Thailand Elite (Privilege)
Thailand Privilege (เดิมเรียก Thailand Elite) เปิดตัวเลเยอร์ใหม่ในปี 2023 ระดับ Gold (5 ปี 900,000 บาท) Platinum (10 ปี 1.5 ล้านบาท) Diamond (15 ปี 2.5 ล้านบาท) และ Reserve (20 ปี 5 ล้านบาท) รวมบริการ fast track ที่สนามบิน ลีมูซีนจากสนามบิน 24 ครั้งต่อปี และสนามกอล์ฟในหลายจังหวัด เหมาะกับคนที่อยากอยู่ยาวโดยไม่ต้องยุ่งเรื่องเอกสาร
ข้อเสียคือราคาสูงและเงินไม่คืนเมื่อยกเลิก ข้อได้เปรียบที่สำคัญในพัทยาคือ ไม่ต้อง report 90 days (ระดับ Gold ขึ้นไป) เปิดบัญชีธนาคารไทยได้ง่ายทุกธนาคาร และทำธุรกรรมทะเบียนรถยนต์สะดวก หลายคนใน Pratumnak และ Na Jomtien เป็นสมาชิก Elite เพราะมีบ้านหลักในพัทยาและเดินทางไปมาประเทศตัวเองบ่อย
Retirement O-A / O-X
Non-OA เป็นวีซ่าเกษียณแบบหนึ่งปี สำหรับคนอายุ 50 ปีขึ้นไป ต้องมีเงินฝาก 800,000 บาทในบัญชีไทยอย่างน้อย 2 เดือนก่อนยื่น หรือรายได้ 65,000 บาทต่อเดือน ต้องมีประกันสุขภาพที่มีวงเงิน 440,000 บาท extend ได้ทุกปีที่ ตม. พัทยา ส่วน Non-OX เป็น 5 ปีแต่ต้องฝาก 3 ล้านบาทและจำกัดเฉพาะผู้ถือสัญชาติจาก 14 ประเทศ
Retirement เป็นทางเลือกที่ถูกที่สุดสำหรับผู้สูงอายุที่อยู่พัทยา แต่ต้อง report ตัวทุก 90 วันที่ ตม. (ทำออนไลน์ได้แล้ว) และเปิดบัญชีธนาคารไทยซึ่งอาจยากสำหรับบางคน แนะนำให้ใช้เอเจนต์ที่เชื่อถือได้ในพัทยาครั้งแรกเพื่อจัดการเอกสารที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองจอมเทียนซึ่งมักมีคิวยาวในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว
Education Visa (ED)
ED Visa เหมาะกับคนอายุน้อยกว่า 50 ที่อยากอยู่พัทยาระยะยาวแบบถูกกฎหมายโดยไม่ต้องทำงาน โรงเรียนสอนภาษาไทยใน Central Pattaya หลายแห่งออกเอกสารให้ ค่าเรียน 25,000-40,000 บาทต่อปีรวมค่าดำเนินการ วีซ่าเริ่มต้น 3 เดือน extend ได้ทุก 3 เดือนจนครบปี จากนั้นต้องขอปีใหม่
ข้อดีคือ ได้เรียนภาษาไทยจริงและราคาถูก ข้อเสียคือ ตม. เข้มงวดขึ้นมากตั้งแต่ปี 2023 มีการสัมภาษณ์พื้นฐานภาษาไทยเวลาต่ออายุ ถ้าตอบไม่ได้อาจไม่ผ่าน แนะนำให้เลือกโรงเรียนที่มีประวัติต่ออายุผ่านได้สูง เช่น Duke Language School หรือ Walen School ไม่ใช่โรงเรียนที่ออกแค่เอกสาร
Non-B และ LTR Visa
Non-B สำหรับคนที่ทำงานกับบริษัทไทยเท่านั้น ต้องมี work permit คู่กัน บริษัทต้องมีทุนจดทะเบียน 2 ล้านบาทและมีพนักงานไทย 4 คนต่อต่างชาติ 1 คน ค่าใช้จ่ายถูกแต่ยุ่งยาก ส่วน LTR Visa เป็นวีซ่า 10 ปีสำหรับผู้มีรายได้สูง 80,000 USD ต่อปี หรือผู้เกษียณที่มี 100,000 USD ในสินทรัพย์ ได้สิทธิ work permit ในตัวและภาษี 17% flat
LTR เป็นทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับ high-earner digital nomad ที่ต้องการอยู่พัทยาระยะยาวอย่างเป็นทางการ เสียค่าธรรมเนียม 50,000 บาทเท่านั้น ไม่ต้อง report 90 days มาพร้อมบริการพิเศษที่สนามบินและการต่ออายุที่ง่าย หลายคนย้ายจาก Elite ไป LTR เพราะถูกกว่ามากและให้สิทธิทำงานไทยด้วย